ดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้
Darunsikkhalai School for Innovative Learning

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เลขที่ 126 ถนนประชาอุทิศ บางมด ทุ่งครุ กทม. 10140
โทรศัพท์: (+662)-4708315-16, 02-4708318
โทรสาร: (662)4708319

Lifelong Learning
เปิดโลกการเรียนรู้อย่างสนุก สุขใจ ได้ปัญญา
ด้วย Project Based Learning
ฝึกกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการจากการลงมือทำจริง
และการเรียนรู้เป็นกลุ่มอย่างเป็นกัลยาณมิตร
เรียนรู้การสื่อสาร 2 ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ

Project Based Learning
มุ่งสร้างความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-learning)
ด้วย Project Based Learning เน้นการลงมือปฏิบัติจริง
ที่เชื่อมโยงความสนใจของนักเรียน
และความรู้เข้ากับโครงงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
(เรียนรู้ 2 ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ)

Career Based Learning
เน้นการค้นหาความถนัดและพัฒนาศักยภาพของตนเอง
ให้พร้อมในการศึกษาต่อ และการประกอบวิชาชีพ
ผ่านกระบวนการเรียนรู้ แบบ Career based learning
และทำโครงงานเดี่ยวในเชิงวิจัย (เรียนรู้ 2 ภาษา
และเตรียมความพร้อมในการศึกษาต่อเป็นรายบุคคล)

New Learner
Intermediate
Advanced

FAQ

ท่านสามารถ download เอกสารใบสมัครเป็นบุคลากรได้จาก ที่นี่ หรือรับเอกสารใบสมัครได้ด้วยตนเอง ที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย)โรงเรียนจะมีการประกาศรับสมัคร บุคลากรทางเว็บไซต์

การจัดกลุ่มจะค่อนข้างเป็นไปตามศักยภาพและแผนการพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล โดยทั่วไปอัตราส่วนระหว่างครูต่อนักเรียนจะเป็นประมาณ 1:4 ถึง 1:6 นักเรียนจะได้เปลี่ยนกลุ่มตามโครงงาน ซึ่งทำให้นักเรียนได้ฝึกการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และเพื่อนร่วมงานที่แตกต่างกัน
 

กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ
1 . การเรียนรู้ผ่านโครงงาน (50%) นักเรียนจะเรียนรู้ในโครงงานที่ตนสนใจ โดยเรียนรู้เป็นกลุ่มและมีครูที่ปรึกษาโครงงานช่วยสนับสนุน ดูแลอย่างใกล้ชิด
2. การฝึกฝนทักษะพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนรู้ (30%) นักเรียนจะได้ฝึกฝนการจัดเวลาในการฝึกฝน ทักษะต่างๆ ที่สำคัญ เช่น คณิตศาสตร์ , ภาษาอังกฤษ เป็นต้น นอกจากกนี้นักเรียนยังได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจได้อีก เช่นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เบื้องต้น เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ที่น่าสนใจในปัจจุบัน
3. กิจกรรมต่าง ๆ (20%)
3.1 กีฬาและส่งเสริมสุขภาพ  นักเรียนจะได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ได้เล่นกีฬา เพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงและยังได้ฝึกฝนการมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้จากครูผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในกีฬานั้นๆ โดยตรง
3.2 กิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางความคิดสร้างสรรค์และการจัดการ  นักเรียนสามารถเปิดชมรมต่างๆ ที่นักเรียนสนใจได้ โดยนักเรียนจะได้จัดการ บริหารชมรมด้วยตนเอง ชมรมที่เปิดขึ้นจะเน้นด้านดนตรี ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ชมรมหุ่นยนต์ ชมรมทำอาหาร ชมรมดนตรีไทย ชมรมการเขียนโปรแกรม เป็นต้น
3.3 กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการประเมินตนเอง นักเรียนจะได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างโครงงานต่างๆ ในทุกสัปดาห์ ในช่วงท้ายนักเรียนจะได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆ และครูในโครงงานเพื่อประเมินผลการเรียนของตนเอง เพื่อขอรับข้อเสนอแนะและคำติชมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฝึกฝนการมองตน การรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ 

 

วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา  8.00 น. ถึง  16.00 น.

วันหยุด
- หยุดประจำสัปดาห์ (เสาร์ - อาทิตย์)     - หยุดตามวันหยุดราชการ
- หยุดประจำภาคเรียน                             - หยุดกลางภาค

การหยุดเรียน
- นักเรียนที่ป่วยเป็นโรคติดต่อ จะต้องหยุดเรียนจนกว่าจะพ้นระยะติดต่อ
- ถ้านักเรียนหยุดเรียนเพราะป่วย หรือเหตุอื่น กรุณาแจ้งให้โรงเรียนทราบในวันนั้นทางโทรศัพท์ และติดต่อเขียนใบลาส่งที่ห้องธุรการทุกครั้งที่มีการลา
 

ดรุณสิกขาลัยเน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ใน 2 รูปแบบที่สำคัญดังนี้
1. เครื่องมือในการเรียนรู้ (Learning tools) เครื่องมือที่สำคัญในการเรียนรู้ได้แก่
- ความสามารถทางภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (เป็นขั้นพื้นฐาน)
- ความสามารถทางคณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ การคิดคำนวณ การให้เหตุผลอย่างน่าเชื่อถือ
- ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ โรงเรียนเน้นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้หมาะสมในการเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ การนำเสนอ การประมวลผลความรู้ ใช้เทคโนโลยีในการช่วยพัฒนาทักษะทางการคิดอย่างเป็นระบบ
- การพัฒนาสติและจิตใจ เน้นให้นักเรียนเป็นผู้มีอัตตาต่ำ พึงพอใจในตนเอง ใฝ่เรียนรู้ มีความอ่อน น้อมถ่อมตน มีความอดทนและเคารพในความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมที่จะเรียนรู้ได้ทุกสถานการณ์และโอกาส

2. การจัดการการเรียนรู้ (Learning management) นักเรียนจะได้มีโอกาสในการจัดการการเรียนรู้ของตนเองด้วยตนเอง เปลี่ยนบทบาทจากการเป็น Passive learner มาเป็น Active learner ที่สามารถจัดการ ออกแบบการเรียนรู้ของตนเองได้ โดยนักเรียนจะต้องฝึกความมีวินัยในตนเอง การควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าจะไม่มีใครดูแลหรือควบคุม ฝึกความรับผิดชอบในหน้าที่ งานที่ได้รับมอบหมาย มุ่งมั่น อุตสาหะทำงานจนบรรลุเป้าหมาย และที่สำคัญคือนักเรียนต้องฝึกที่จะรู้ว่าตนเองมีคุณค่า เห็นความสามารถ ศักยภาพที่มีในตนเอง และพร้อมที่จะพัฒนาและเรียนรู้อยู่เสมอ
นักเรียนดรุณสิกขาลัยจะได้เรียนรู้ ปฏิบัติการจัดการตั้งแต่ยังเล็ก ตั้งแต่การจัดการวางแผนง่ายๆ ไปจนถึงการวางแผนที่เป็นระบบซับซ้อน เรียนรู้การจัดการโครงงานง่ายๆ โครงงานใหญ่ๆ ไปจนถึงการจัดการเวลา ความคาดหวังและชีวิตของตนเอง ผ่านการทำกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริง กิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ทั้งสนุกสนาน เอาจริงเอาจัง กดดัน ผ่อนคลาย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญที่นักเรียนทุกคนจะได้ฝึกฝนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการเรียนรู้ที่ดรุณสิกขาลัย นั่นก็คือกิจกรรม Reflection และ Show and Share ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนการนำเสนอ อธิบาย แบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ และคุณครู ในขณะเดียวกันนักเรียนจะได้ฝึกการให้ข้อเสนอแนะ การติชมอย่างจริงใจและสร้างสรรค์ ได้ฝึกฝนการรับฟัง เปิดใจกว้าง รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะทั้งติและชมจากเพื่อนๆ และครูเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาตนเอง
 

ดรุณสิกขาลัย .. โรงเรียนสำหรับการเรียนรู้.. โรงเรียนที่มิใช่โรงสอน

การจัดการเรียนรู้ที่ดรุณสิกขาลัย มีแนวทางที่สำคัญ 3 ประการคือ
1. การเรียนรู้ผ่านโครงงานแบบ Constructionism ซึ่งเน้นให้นักเรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่นักเรียนมีความสนใจได้ เราเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด จะเกิดจากความสนใจ ความอยากรู้ของผู้เรียนและเมื่อผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนรู้ของตนเองได้
การเรียนเป็นโครงงานช่วยสนับสนุนให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ทำให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การพัฒนาวินัยในตนเอง โรงเรียนเน้นไปถึงด้านความสามารถในการบริหารจัดการโครงงานด้วยตนเอง เรียนรู้จากซึ่งกันและกันตลอดเวลา โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อในการเรียนรู้ ในการสื่อสาร

2. การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner centered learning) ที่ดรุณสิกขาลัยจัดการเรียนรู้โดยให้ความสำคัญกับนักเรียนเป็นรายบุคคล นักเรียนทุกคนจะได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง ตามบุคลิก ลักษณะ ความถนัดและความสนใจของนักเรียนแต่ละคน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของครูที่ปรึกษาและผู้ปกครอง นักเรียนจะสามารถค้นหาความถนัด ความสามารถเฉพาะทาง ความสนใจของตนเอง ได้ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา รวมไปถึงการค้นหาวิธีการเรียนรู้ของตนเอง ฝึกฝนกระบวนการเรียนรู้จนเกิดความเชี่ยวชาญและเป็นผู้ใฝ่รู้ มีความสุขและรักการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง

3. การพัฒนาสติ (Mindfulness development) การพัฒนาสติเป็นสิ่งที่สำคัญในการเรียนรู้และการดำรงชีวิต ผู้ที่จะเรียนรู้ได้ดีต้องมีความสงบในจิตใจ มีสติและมีสมาธิที่มั่นคง รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้แล้ว โรงเรียนยังเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การอุทิศตนให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น การรู้จักหักห้ามใจตนเอง การแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีสติ เรามีกิจกรรมค่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิต และคุณธรรมจริยธรรมในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น นักเรียนจะได้ทำกิจกรรมฝึกสติเป็นประจำทุกวันร่วมกับเพื่อนๆ และคุณครู และโรงเรียนยังเน้นให้มีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ระหว่างการเรียนและการทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย

ประถมศึกษา ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ผู้ปกครองชำระเงินสนับสนุนเพื่อการศึกษา ดังนี้
ระดับประถมศึกษา   107,700 บาท / ภาคเรียน
ระดับมัธยมศึกษา     118,500 บาท / ภาคเรียน

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้
• ค่าอาหารกลางวัน ของว่าง นม
• ตำรา หนังสือเรียน
• สื่อการเรียนการสอน สื่อเทคโนโลยีต่างๆ
• ทัศนศึกษานอกสถานที่ภายในโครงงาน ในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑลแบบไม่ค้างคืน
(ยกเว้นการเข้าค่ายต่างจังหวัด ปีละไม่เกิน 2 -3 ครั้ง จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายสมทบจากผู้ปกครอง 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่าย)

หมายเหตุ
• 1 ปีการศึกษา มี 3 ภาคเรียน
• ค่าใช้จ่ายในช่วงทดลองเรียน ผู้ปกครองต้องชำระเต็ม 1 ภาคเรียน ( 1 ภาคเรียน ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน )
• โรงเรียนไม่มีการเก็บเงินกินเปล่า (แป๊ะเจี๊ยะ)
• ค่าเล่าเรียนจะมีการปรับตามค่าครองชีพ Consumer Price Index ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าทุกปีการศึกษา(โดยประมาณ 3-5% โดยใช้ตัวเลขอ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ฯ )
โรงเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนี้ (กรุณาติดต่อทางโรงเรียนเพื่อทราบอัตราค่าใช้จ่ายก่อนสมัคร)
 

โรงเรียนเปิดให้เข้ารับฟังแนวคิดทางการจัดการศึกษาและให้เข้าชมกิจกรรมการเรียนการสอนเดือนละ 2 ครั้งซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สนใจทั่วไป และกลุ่มผู้ปกครองโดยท่านสามารถสอบถามตารางการเข้าชมและลงชื่อเพื่อสำรองที่นั่งได้ในวันและเวลาราชการที่ฝ่ายธุรการ
หมายเลขโทรศัพท์ 0-2470-8315-6 , 02-4708318

การประกาศผล การคัดเลือกและมอบตัว
ประกาศผลภายใน 2 สัปดาห์หลังการสัมภาษณ์และการทดสอบ โดยจะแจ้งทางโทรศัพท์และแจ้งเป็นจดหมาย พร้อมส่งรายละเอียดการมอบตัว เอกสารที่ต้องการเพิ่มเติม วันเวลามอบตัวและการชำระค่าใช้จ่าย
เงื่อนไขการรับนักเรียน การประกาศผลนี้ เป็นการประกาศรับเข้าทดลองเรียน โดยจะมีระยะเวลาให้นักเรียนได้เข้าทดลองเรียนจริงและจะมีการประเมินผลอีกครั้งภายในระยะเวลา 1 ภาคเรียน
( 1 โครงงาน ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน) เพื่อให้โอกาสให้ผู้ปกครอง นักเรียนและทางโรงเรียนได้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่านักเรียนและผู้ปกครองมีความเหมาะสมกับระบบการเรียนการสอนของโรงเรียน

การรับสมัครจะเปิดรับสมัครตลอดทั้งปี
นักเรียนสามารถเข้าเรียนในระหว่างปีการศึกษาได้ โดยโรงเรียนจัดการเรียนการสอนเป็น 3 ภาคเรียนดังนี้
ภาคเรียนที่ 1  *เริ่มวันที่   26  พฤษภาคม  2557   ถึง  15  สิงหาคม  2557
ภาคเรียนที่ 2  *เริ่มวันที่   15  กันยายน     2557   ถึง   4   ธันวาคม 2557
ภาคเรียนที่ 3  *เริ่มวันที่    5  มกราคม     2558   ถึง   27  มีนาคม   2558

(* : หากมีการเปลี่ยนแปลง ทางโรงเรียนจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

1. กรอกใบสมัคร (ท่านสามารถ download เอกสารใบสมัครได้ ที่นี่ หรือซื้อใบสมัครด้วยตนเองที่ห้องธุรการ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย พร้อมค่าใช้จ่ายในการทดสอบ สัมภาษณ์ เป็นจำนวนเงิน 200 บาท
2. รอนัดสัมภาษณ์ โดยโรงเรียนจะแจ้งกำหนดเวลานัดให้ผู้ปกครองทราบภายหลัง (ทางโทรศัพท์)
3. สัมภาษณ์ผู้ปกครองและทดสอบนักเรียนตามวันและเวลาที่นัดหมาย ใช้เวลาในการสัมภาษณ์ผู้ปกครองประมาณ 1 ชั่วโมง) ส่วนนักเรียนจะแยกไปทำการทดสอบ วัดพื้นฐานทางด้านวิชาการ ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ และทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ หรือคุณครู (การทดสอบนักเรียนเป็นการเก็บข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการจัดกลุ่มการเรียนรู้ของนักเรียน )
4. โรงเรียนจะแจ้งผลทางโทรศัพท์และจะส่งเป็นจดหมายแจ้งผลการพิจารณาของโรงเรียน และ ขั้นตอนการมอบตัวนักเรียน (ประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากการสอบสัมภาษณ์)

 

รับนักเรียน โดยพิจารณาคุณสมบัติของผู้ปกครองและนักเรียนดังนี้
คุณสมบัติผู้ปกครอง
1. มีทัศนคติ แนวคิดทางด้านการศึกษาที่เป็นไปตามแนวทางการจัดการศึกษาของดรุณสิกขาลัย เน้นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พัฒนานักเรียนตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละบุคคล เรียนรู้แบบบูรณาการทั้งทางด้านวิชาการ ทัศนคติ ทักษะต่างๆและทางด้านสังคม โดยเน้นหนักที่กระบวนการเรียนรู้ ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ไม่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว
2. ผู้ปกครองมีเวลาดูแล เอาใจใส่นักเรียน และยินดีให้ความร่วมมือกับกิจกรรมของทางโรงเรียนอย่างเต็มที่ เนื่องจากการศึกษาในระบบนี้ นักเรียนจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องทั้งที่บ้านและโรงเรียน จึงเป็นระบบที่ต้องการการประสานงานและความช่วยเหลือจากผู้ปกครองอย่างเต็มที่
3. ผู้ปกครองมีเวลามาร่วมทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน เช่น การนัดพบผู้ปกครอง การประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ
คุณสมบัตินักเรียน
1.รับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถม ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 อายุ 6 -12 ปี มีทักษะการอ่าน เขียน พอสมควร (อ่านเขียนได้คล่องจะทำให้เรียนรู้และพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว) โดยจะมีการทดสอบเพื่อวัดพื้นฐานทางวิชาการ ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ (ข้อเขียนและสัมภาษณ์)
2.ไม่มีความพิการหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ (Non-special needs) ไม่มีปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวที่จะเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น
3. มีทักษะทางสังคมเป็นที่ยอมรับของกลุ่มและมีคุณลักษณะในการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้

เจตนารมณ์ในการก่อตั้งโรงเรียนดรุณสิกขาลัย
นับตั้งแต่ปี 2540 โครงการ Lighthouse Project มูลนิธิศึกษาพัฒน์ ได้นำเอาหลักการ Constructionism ของ Prof. Seymour Papert แห่ง The Media Lab of Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาประยุกต์ใช้กับกลุ่มผู้ที่สนใจปฏิรูปการเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย พบว่า ผู้ผ่านการอบรมจำนวนมากมีความกระตือรือร้นที่จะนำแนวทาง Constructionism ไปทดลองใช้ในสถานศึกษาของตน แต่ไม่สามารถขยายผลในโรงเรียนได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ขัดขวางการนำแนวทางดังกล่าวไปใช้ในการปฏิรูปการศึกษาในโรงเรียน เช่น ปัญหาการปรับตารางเรียนให้มีคาบเรียนที่ยาวต่อเนื่องกันมากขึ้นสำหรับการทำโครงงาน ปัญหาการเชื่อมโยงวิชาต่าง ๆ ปัญหาวิธีการประเมินผลโครงงาน เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือไม่สามารถเปลี่ยน Mindset ของครูและผู้บริหารส่วนใหญ่ได้
คณะผู้บริหารโครงการ Lighthouse มูลนิธิศึกษาพัฒน์ ( โดยคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และคุณ แบงกอก เชาวน์ขวัญยืน ) จึงเกิดความคิดขึ้นว่า เราต้องมีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักการ Constructionism ที่มีรูปแบบชัดเจนเป็นตัวอย่าง คือการจะผลิตผู้เรียนรู้ที่ดีได้ จะต้องมีนักเรียนอย่างน้อยหนึ่งกลุ่มที่โรงเรียนใช้วิธีการเรียนการสอนในแนว Constructionism อย่างสมบูรณ์โดยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาเป็นต้นไปและลงลึกไปจนจบชั้นมัธยมศึกษาเพื่อที่นักเรียนกลุ่มนี้ จะได้รัประสบการณ์ทางการศึกษาในแนวนี้อย่างลึกซึ้งและต่อเนื่องตลอดไป จนเกิดเป็น นวัตกรรม ในการเรียนรู้ขึ้นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติทุกประการ จึงริเริ่มดำเนินการก่อตั้งโรงเรียนดรุณสิกขาลัยให้เป็นโครงการโรงเรียนนำร่อง ตั้งแต่ต้นปี 2544 โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิไทยคม มูลนิธิศึกษาพัฒน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ The Media Lab of MIT
 

  • Application
    Application (PDF) Download
     
  • Admission Process
    Admission Process Download